เว็บไซต์ให้ความรู้เพื่อประชาชน · ไม่ใช่หน่วยงานราชการ · ตัวเลขตามกฎหมายปี 2569

ขายของได้เกิน 1.8 ล้านบาท — ต้องจด VAT ไหม? เส้นทางทีละขั้น

อัปเดต: ตุลาคม 2569อ่าน 7 นาทีตัวเลขตามกฎปี 2569

ตอบสั้น ๆ: เกิน 1,800,000 บาท/ปี ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน
และเมื่อจดแล้ว ต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน (กระดาษภายในวันที่ 15 · e-Filing ได้ถึงวันที่ 23) แม้เดือนนั้นขายไม่ได้เลย
ที่สำคัญที่สุดคือ VAT ไม่ใช่ภาษีเงินได้ — จด VAT แล้วยังต้องเสียภาษีเงินได้ 40(8) อีกชั้น

เส้นทาง 4 ขั้น ตั้งแต่วันที่ยอดขายทะลุ 1.8 ล้าน

  1. 1นับยอดขายทั้งปีให้ครบก่อน
    เอายอดขายสินค้า + ค่าบริการ (ก่อนหักค่าใช้จ่าย) ของปีนั้นมารวมกัน ไม่ใช่กำไร และรวมยอดขายทุกช่องทาง — หน้าร้าน ออนไลน์ แพลตฟอร์ม ไลน์ ขายส่ง
    ยังไม่เกิน 1.8 ล้าน → ใช้เครื่องมือ คำนวณภาษีขายออนไลน์ ดูภาษีเงินได้แบบเหมา 60% ได้เลย ยังไม่ต้องจด VAT
  2. 2ยื่นจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน
    ยื่นคำขอ ภ.พ.01 ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือผ่านระบบ e-Registration ของกรมสรรพากร · ใช้หลักฐานบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และหนังสือรับรองการเป็นเจ้าของสถานประกอบการ (เช่น สัญญาเช่า)
    จดช้า = มีเบี้ยปรับ/เงินเพิ่ม · ถ้าเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาเป็นนิติบุคคล อย่าลืมแจ้งเปลี่ยนแปลง
  3. 3ตั้งระบบเก็บ “ภาษีขาย–ภาษีซื้อ”
    ออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าเก็บสำเนาไว้ · ขอใบกำกับภาษีจากซัพพลายเออร์/ค่าโฆษณา/ค่าขนส่ง เพื่อนำภาษีซื้อมาหักได้ · เก็บเอกสารอย่างน้อย 5 ปี
    ขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต้องดูว่าระบบออกใบกำกับให้อัตโนมัติหรือไม่ และยอดขายบนแพลตฟอร์มนับรวมใน 1.8 ล้านด้วย
  4. 4ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน + วางแผนภาษีเงินได้
    ภาษีที่ต้องจ่าย = ภาษีขาย − ภาษีซื้อ (ได้คืนในเดือนที่ภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย) · ยื่นผ่าน e-Filing ภายในวันที่ 23 ล่วงเวลาได้ถึง 3 เดือน
    และยังต้องคำนวณภาษีเงินได้ด้วยวิธีเดิม (เหมา 60% หรือตามจริง) แล้วยื่น ภ.ง.ด.90 ภายใน 31 มี.ค. ของปีถัดไป
พื้นที่โฆษณา — กลางเนื้อหา (In-article / 336×280)

ทำไมต้อง 1.8 ล้าน และนับอย่างไร

เกณฑ์ 1,800,000 บาท อยู่ในประมวลรัษฎากร มาตรา 81/1 — ผู้ขายสินค้าหรือให้บริการที่ มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เข้าข่ายเป็น “ผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม” ต้องจดทะเบียนและเรียกเก็บ VAT 7% จากลูกค้า

ประเด็นหลักการ
นับอะไรรายรับทั้งหมดจากทุกช่องทาง (ก่อนหักค่าใช้จ่าย) รวมค่าบริการและของแถมที่ขาย
นับช่วงไหนต่อปีปฏิทิน ไม่ใช่ 12 เดือนย้อนหลัง — เกินเมื่อไรก็ต้องจดทันทีในปีนั้น
จดเมื่อไรภายใน 30 วันนับจากวันที่รายรับเกิน 1.8 ล้าน
ขายได้ไม่ถึง 1.8 ล้าน แต่ สมัครเองทำได้ (จดทะเบียนโดยสมัครใจ) — มีข้อดีคือขอคืนภาษีซื้อ และดูน่าเชื่อถือกับลูกค้าบริษัท แต่ภาระเอกสาร/ยื่นรายเดือนจะเพิ่มขึ้น
รายได้ยกเว้นขายพืชผลเกษตรของตัวเอง ใช้มาตรา 81(1)(ก) ไม่ต้องนำมารวมเป็นรายรับเพื่อจด VAT — ถ้าปลูกเองขายเอง เกณฑ์ 1.8 ล้านไม่ใช้กับผลผลิตเกษตร

ภ.พ.30 คืออะไร ยื่นเมื่อไร

แบบ ภ.พ.30 คือแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มของเดือนนั้น — เขียนภาษีขาย (VAT ที่เก็บจากลูกค้า) ลบด้วยภาษีซื้อ (VAT ที่เราจ่ายไป) แล้วจ่ายส่วนต่าง

ช่องทางยื่นกำหนดส่งหมายเหตุ
ยื่นกระดาษวันที่ 15ของเดือนถัดไป · ยื่นที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่
ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต (e-Filing)วันที่ 23ขยายเวลาเพิ่ม 8 วัน (ใช้ได้ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2570)
ยื่นผ่านสรรพากรล่วงหน้า / ระบบ e-Taxตามที่ระบบกำหนดเหมาะกับผู้ที่ทำบัญชีออนไลน์อยู่แล้ว

ข้อที่คนตกหล่นมากที่สุด: เดือนที่ขายไม่ได้เลย ยังต้องยื่นแบบเป็น “ศูนย์” — ไม่ยื่นถือว่าไม่ยื่นแบบ มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท บวกเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย และถ้าค้างยื่นสะสมหลายเดือน เงินเพิ่มจะบวกกันไปเรื่อย ๆ

VAT กับภาษีเงินได้ คนละตัว — ตัวอย่างจริง

สมมติขายสินค้าออนไลน์ทั้งปี 2,000,000 บาท ต้นทุนสินค้า + ค่าโฆษณา 1,300,000 บาท (มี VAT ซื้อ 14,000 บาท) และจด VAT แล้ว

ภาษีคิดจากอะไรจำนวน (บาท/ปี)
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)ภาษีขาย 7% ของยอดขาย − ภาษีซื้อ 7% ของต้นทุนที่มีใบกำกับ140,000 − 14,000 = 126,000
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 40(8)เลือกหักค่าใช้จ่ายเหมา 60% → เงินได้สุทธิ 800,000 แล้วหักลดหย่อนประมาณ 39,500 (เมื่อมีลดหย่อนส่วนตัว 60,000)
รวมที่ต้องนำส่ง—165,500

ตัวเลข VAT นี้สมมติว่าราคาขายเป็นราคารวม VAT แล้ว ต้องถอด VAT ออกก่อนคำนวณ (ราคาก่อน VAT = ราคารวม ÷ 1.07) · ส่วนภาษีเงินได้คิดจากยอดขายที่ถอด VAT แล้วเช่นกัน · ถ้าเป็นผู้ขายรายเล็กที่ยังไม่จด VAT และมีรายได้ไม่ถึง 1.8 ล้าน ก็ใช้เหมา 60% คิดภาษีเงินได้อย่างเดียว

ลองใส่ตัวเลขจริงของคุณในเครื่องมือ คำนวณภาษีขายออนไลน์ (เหมา 60%) และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT 7%

5 ข้อผิดพลาดที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เจอบ่อย

1) คิดว่าเกิน 1.8 ล้านแล้วต้องจ่าย VAT 7% จากกำไรทั้งหมด

ไม่ใช่ครับ VAT เป็นภาษีที่ “ส่งต่อ” ให้ลูกค้า คุณเก็บจากลูกค้าแล้วนำส่ง ส่วนที่คุณรับภาระจริงคือส่วนที่คุณลืมขอใบกำกับภาษีซื้อ — ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าซอฟต์แวร์ ถ้าขอใบกำกับภาษีไว้ ก็หักภาษีซื้อได้

2) คิดว่า “จด VAT แล้วไม่ต้องเสียภาษีเงินได้”

เป็นความเข้าใจผิดที่แพงที่สุด VAT กับภาษีเงินได้เป็นคนละฉบับ ยังต้องคำนวณกำไร/เงินได้สุทธิและยื่น ภ.ง.ด.90 ตามปกติ หลายรายเจอภาษีย้อนหลังเพราะคิดว่าจด VAT แล้วคือจบ

3) แยกยอดขายออกเป็นหลายบัญชีเพื่อหนี 1.8 ล้าน

การแยกบัญชี/แยกชื่อเพื่อลดยอดให้ต่ำกว่าเกณฑ์ เป็นความเสี่ยงสูง ทั้งเรื่องการพิสูจน์เจตนาและการตรวจสอบย้อนหลัง ถ้ารายได้โตขึ้นจริง ทางที่ปลอดภัยและทำให้ธุรกิจโตต่อได้คือจด VAT แล้วปรับราคาสินค้าให้สะท้อนภาษี

4) ไม่ยื่นแบบในเดือนที่ไม่มีรายได้

ต้องยื่น “ศูนย์” ทุกเดือนครับ ตั้งเตือนในปฏิทินวันที่ 10 กับวันที่ 20 ของทุกเดือน — เผื่อเวลาไว้ก่อนเดดไลน์ 15 (กระดาษ) หรือ 23 (e-Filing)

5) ยื่น ภ.พ.36 (ซื้อบริการจากต่างประเทศ) ลืม

ถ้าจด VAT แล้วจ่ายค่าโฆษณา Facebook/Google หรือค่าซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ ต้องยื่น ภ.พ.36 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ยื่นออนไลน์ได้ถึงวันที่ 15) โดยถือเป็นทั้งภาษีขายและภาษีซื้อของตัวเอง

พื้นที่โฆษณา — ท้ายบทความ (336×280)

ถ้ายังไม่ถึง 1.8 ล้าน ควรทำอะไร

อ่านเพิ่ม: เครื่องมือคำนวณภาษีขายออนไลน์ · ค่าลดหย่อนภาษี 2569 ทั้งหมด · ฉันมีรายได้แบบไหน ต้องทำอะไร

เนื้อหานี้จัดทำโดยทีมงานเจริญภาษี
เกณฑ์ 1.8 ล้านบาทและกำหนดเวลายื่นตามประมวลรัษฎากร · e-Filing ขยายถึงวันที่ 23 (ใช้ถึง 31 ม.ค. 2570) · ตัวเลขทั้งหมดเป็นการประมาณการเพื่อการวางแผน ไม่ใช่การยื่นแบบแทน · ข้อจำกัดความรับผิด

อ่านต่อ