ขายของได้เกิน 1.8 ล้านบาท — ต้องจด VAT ไหม? เส้นทางทีละขั้น
ตอบสั้น ๆ: เกิน 1,800,000 บาท/ปี ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน
และเมื่อจดแล้ว ต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน (กระดาษภายในวันที่ 15 · e-Filing ได้ถึงวันที่ 23) แม้เดือนนั้นขายไม่ได้เลย
ที่สำคัญที่สุดคือ VAT ไม่ใช่ภาษีเงินได้ — จด VAT แล้วยังต้องเสียภาษีเงินได้ 40(8) อีกชั้น
เส้นทาง 4 ขั้น ตั้งแต่วันที่ยอดขายทะลุ 1.8 ล้าน
- 1นับยอดขายทั้งปีให้ครบก่อน
เอายอดขายสินค้า + ค่าบริการ (ก่อนหักค่าใช้จ่าย) ของปีนั้นมารวมกัน ไม่ใช่กำไร และรวมยอดขายทุกช่องทาง — หน้าร้าน ออนไลน์ แพลตฟอร์ม ไลน์ ขายส่ง
ยังไม่เกิน 1.8 ล้าน → ใช้เครื่องมือ คำนวณภาษีขายออนไลน์ ดูภาษีเงินได้แบบเหมา 60% ได้เลย ยังไม่ต้องจด VAT - 2ยื่นจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน
ยื่นคำขอ ภ.พ.01 ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือผ่านระบบ e-Registration ของกรมสรรพากร · ใช้หลักฐานบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และหนังสือรับรองการเป็นเจ้าของสถานประกอบการ (เช่น สัญญาเช่า)
จดช้า = มีเบี้ยปรับ/เงินเพิ่ม · ถ้าเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาเป็นนิติบุคคล อย่าลืมแจ้งเปลี่ยนแปลง - 3ตั้งระบบเก็บ “ภาษีขาย–ภาษีซื้อ”
ออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าเก็บสำเนาไว้ · ขอใบกำกับภาษีจากซัพพลายเออร์/ค่าโฆษณา/ค่าขนส่ง เพื่อนำภาษีซื้อมาหักได้ · เก็บเอกสารอย่างน้อย 5 ปี
ขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต้องดูว่าระบบออกใบกำกับให้อัตโนมัติหรือไม่ และยอดขายบนแพลตฟอร์มนับรวมใน 1.8 ล้านด้วย - 4ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน + วางแผนภาษีเงินได้
ภาษีที่ต้องจ่าย = ภาษีขาย − ภาษีซื้อ (ได้คืนในเดือนที่ภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย) · ยื่นผ่าน e-Filing ภายในวันที่ 23 ล่วงเวลาได้ถึง 3 เดือน
และยังต้องคำนวณภาษีเงินได้ด้วยวิธีเดิม (เหมา 60% หรือตามจริง) แล้วยื่น ภ.ง.ด.90 ภายใน 31 มี.ค. ของปีถัดไป
ทำไมต้อง 1.8 ล้าน และนับอย่างไร
เกณฑ์ 1,800,000 บาท อยู่ในประมวลรัษฎากร มาตรา 81/1 — ผู้ขายสินค้าหรือให้บริการที่ มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เข้าข่ายเป็น “ผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม” ต้องจดทะเบียนและเรียกเก็บ VAT 7% จากลูกค้า
| ประเด็น | หลักการ |
|---|---|
| นับอะไร | รายรับทั้งหมดจากทุกช่องทาง (ก่อนหักค่าใช้จ่าย) รวมค่าบริการและของแถมที่ขาย |
| นับช่วงไหน | ต่อปีปฏิทิน ไม่ใช่ 12 เดือนย้อนหลัง — เกินเมื่อไรก็ต้องจดทันทีในปีนั้น |
| จดเมื่อไร | ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายรับเกิน 1.8 ล้าน |
| ขายได้ไม่ถึง 1.8 ล้าน แต่ สมัครเอง | ทำได้ (จดทะเบียนโดยสมัครใจ) — มีข้อดีคือขอคืนภาษีซื้อ และดูน่าเชื่อถือกับลูกค้าบริษัท แต่ภาระเอกสาร/ยื่นรายเดือนจะเพิ่มขึ้น |
| รายได้ยกเว้น | ขายพืชผลเกษตรของตัวเอง ใช้มาตรา 81(1)(ก) ไม่ต้องนำมารวมเป็นรายรับเพื่อจด VAT — ถ้าปลูกเองขายเอง เกณฑ์ 1.8 ล้านไม่ใช้กับผลผลิตเกษตร |
ภ.พ.30 คืออะไร ยื่นเมื่อไร
แบบ ภ.พ.30 คือแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มของเดือนนั้น — เขียนภาษีขาย (VAT ที่เก็บจากลูกค้า) ลบด้วยภาษีซื้อ (VAT ที่เราจ่ายไป) แล้วจ่ายส่วนต่าง
| ช่องทางยื่น | กำหนดส่ง | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ยื่นกระดาษ | วันที่ 15 | ของเดือนถัดไป · ยื่นที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ |
| ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต (e-Filing) | วันที่ 23 | ขยายเวลาเพิ่ม 8 วัน (ใช้ได้ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2570) |
| ยื่นผ่านสรรพากรล่วงหน้า / ระบบ e-Tax | ตามที่ระบบกำหนด | เหมาะกับผู้ที่ทำบัญชีออนไลน์อยู่แล้ว |
ข้อที่คนตกหล่นมากที่สุด: เดือนที่ขายไม่ได้เลย ยังต้องยื่นแบบเป็น “ศูนย์” — ไม่ยื่นถือว่าไม่ยื่นแบบ มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท บวกเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย และถ้าค้างยื่นสะสมหลายเดือน เงินเพิ่มจะบวกกันไปเรื่อย ๆ
VAT กับภาษีเงินได้ คนละตัว — ตัวอย่างจริง
สมมติขายสินค้าออนไลน์ทั้งปี 2,000,000 บาท ต้นทุนสินค้า + ค่าโฆษณา 1,300,000 บาท (มี VAT ซื้อ 14,000 บาท) และจด VAT แล้ว
| ภาษี | คิดจากอะไร | จำนวน (บาท/ปี) |
|---|---|---|
| ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) | ภาษีขาย 7% ของยอดขาย − ภาษีซื้อ 7% ของต้นทุนที่มีใบกำกับ | 140,000 − 14,000 = 126,000 |
| ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 40(8) | เลือกหักค่าใช้จ่ายเหมา 60% → เงินได้สุทธิ 800,000 แล้วหักลดหย่อน | ประมาณ 39,500 (เมื่อมีลดหย่อนส่วนตัว 60,000) |
| รวมที่ต้องนำส่ง | — | 165,500 |
ตัวเลข VAT นี้สมมติว่าราคาขายเป็นราคารวม VAT แล้ว ต้องถอด VAT ออกก่อนคำนวณ (ราคาก่อน VAT = ราคารวม ÷ 1.07) · ส่วนภาษีเงินได้คิดจากยอดขายที่ถอด VAT แล้วเช่นกัน · ถ้าเป็นผู้ขายรายเล็กที่ยังไม่จด VAT และมีรายได้ไม่ถึง 1.8 ล้าน ก็ใช้เหมา 60% คิดภาษีเงินได้อย่างเดียว
ลองใส่ตัวเลขจริงของคุณในเครื่องมือ คำนวณภาษีขายออนไลน์ (เหมา 60%) และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT 7%
5 ข้อผิดพลาดที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เจอบ่อย
1) คิดว่าเกิน 1.8 ล้านแล้วต้องจ่าย VAT 7% จากกำไรทั้งหมด
ไม่ใช่ครับ VAT เป็นภาษีที่ “ส่งต่อ” ให้ลูกค้า คุณเก็บจากลูกค้าแล้วนำส่ง ส่วนที่คุณรับภาระจริงคือส่วนที่คุณลืมขอใบกำกับภาษีซื้อ — ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าซอฟต์แวร์ ถ้าขอใบกำกับภาษีไว้ ก็หักภาษีซื้อได้
2) คิดว่า “จด VAT แล้วไม่ต้องเสียภาษีเงินได้”
เป็นความเข้าใจผิดที่แพงที่สุด VAT กับภาษีเงินได้เป็นคนละฉบับ ยังต้องคำนวณกำไร/เงินได้สุทธิและยื่น ภ.ง.ด.90 ตามปกติ หลายรายเจอภาษีย้อนหลังเพราะคิดว่าจด VAT แล้วคือจบ
3) แยกยอดขายออกเป็นหลายบัญชีเพื่อหนี 1.8 ล้าน
การแยกบัญชี/แยกชื่อเพื่อลดยอดให้ต่ำกว่าเกณฑ์ เป็นความเสี่ยงสูง ทั้งเรื่องการพิสูจน์เจตนาและการตรวจสอบย้อนหลัง ถ้ารายได้โตขึ้นจริง ทางที่ปลอดภัยและทำให้ธุรกิจโตต่อได้คือจด VAT แล้วปรับราคาสินค้าให้สะท้อนภาษี
4) ไม่ยื่นแบบในเดือนที่ไม่มีรายได้
ต้องยื่น “ศูนย์” ทุกเดือนครับ ตั้งเตือนในปฏิทินวันที่ 10 กับวันที่ 20 ของทุกเดือน — เผื่อเวลาไว้ก่อนเดดไลน์ 15 (กระดาษ) หรือ 23 (e-Filing)
5) ยื่น ภ.พ.36 (ซื้อบริการจากต่างประเทศ) ลืม
ถ้าจด VAT แล้วจ่ายค่าโฆษณา Facebook/Google หรือค่าซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ ต้องยื่น ภ.พ.36 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ยื่นออนไลน์ได้ถึงวันที่ 15) โดยถือเป็นทั้งภาษีขายและภาษีซื้อของตัวเอง
ถ้ายังไม่ถึง 1.8 ล้าน ควรทำอะไร
- รู้ตัวเลขของตัวเองก่อน — นับยอดขายทุกช่องทางต่อเดือน ถ้าอัตราโตแบบนี้จะทะลุเกณฑ์เดือนไหน
- เริ่มสะสมใบกำกับภาษีทันที แม้ยังไม่ได้จด VAT (ใบเสร็จ/ใบกำกับเก็บไว้เป็นระบบ) เพื่อวันที่ต้องจดจะไม่วุ่น
- แยกบัญชีธุรกิจกับส่วนตัว เปิดบัญชีเดียวสำหรับรับเงินขาย ง่ายต่อการนับ 1.8 ล้าน และง่ายเวลายื่นภาษีเงินได้
- ดูภาษีเงินได้ก่อน — รายได้ 1 ล้านบาทหักเหมา 60% = เงินได้สุทธิ 400,000 หักลดหย่อนแล้วยังเสียภาษีน้อยมาก และยังไม่ต้องจด VAT
- วางแผนล่วงหน้า 3–6 เดือน ก่อนถึงเพดาน ถ้าจะจด VAT ต้องเตรียมปรับราคาขาย ใบกำกับภาษี และคนทำบัญชี (หรือโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป)
อ่านเพิ่ม: เครื่องมือคำนวณภาษีขายออนไลน์ · ค่าลดหย่อนภาษี 2569 ทั้งหมด · ฉันมีรายได้แบบไหน ต้องทำอะไร