สรุปสั้น ๆ สำหรับผู้สูงอายุ
อายุ 65 ปีขึ้นไป ได้รับยกเว้นเงินได้ 190,000 บาทแรก · อายุ 55 ปีขึ้นไป ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 30,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี · เบี้ยยังชีพเป็นเงินได้ที่ต้องยื่น แต่คนส่วนใหญ่เสียภาษี 0 บาท
ถ้าอ่านแล้วไม่แน่ใจ ปรึกษาลูกหลานหรือโทร 1161 (กรมสรรพากร) ได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่าย
1) อายุ 65 ปีขึ้นไป — ยกเว้นเงินได้ 190,000 บาทแรก
ท่านที่มีอายุ 65 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และอยู่ในประเทศไทยรวมกันไม่น้อยกว่า 180 วันในปีนั้น ได้รับยกเว้นเงินได้ 190,000 บาท เป็นพิเศษ (กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 ข้อ 2(72)) — ไม่ว่าจะเป็นเงินได้ประเภทไหน
ยกตัวอย่าง: มีเงินได้ทั้งปี 250,000 บาท → หักค่าใช้จ่าย 100,000 → เหลือ 150,000 → ยังไม่ถึง 190,000 → ไม่ต้องเสียภาษีเลย
ต้องยังยื่นแบบไหม? ถ้ารายได้ทั้งปีถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ยังต้องยื่นครับ แต่ยื่นแล้วผลออกมาเป็น 0 บาท — คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าไม่ต้องยื่น แล้วเจอค่าปรับทีหลัง
2) อายุ 55 ปีขึ้นไป — ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 30,000 บาทแรก ไม่เสียภาษี
ดอกเบี้ยเงินฝาก ประจำ ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อปี ได้รับยกเว้น เมื่อผู้มีเงินได้อายุ 55 ปีขึ้นไป
เรื่องที่ต้องทำ: ต้องเป็นเงินฝากประจำ (ไม่ใช่ฝากออมทรัพย์) และแจ้งความประสงค์กับธนาคารเพื่อไม่ให้หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% — ถ้าถูกหักไปแล้วและเข้าเงื่อนไข ยื่นแบบเพื่อขอคืนได้
3) เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ — ต้องยื่นภาษีไหม
เบี้ยยังชีพเดือนละ 600–1,000 บาท (60–69 ปี 600 บาท · 70–79 ปี 700 บาท · อายุมากขึ้นได้เพิ่มขึ้น) ถือเป็นเงินได้ ต้องนำไปรวมยื่นแบบ
ข่าวดี: เพราะเป็นเงินไม่มาก เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน (ส่วนตัว 60,000 + ผู้สูงอายุ 190,000 ถ้าอายุ 65 ขึ้นไป) ภาษีส่วนใหญ่จึงเป็น 0 บาท
4) ถ้าลูกหลานดูแลท่านอยู่ — เขาขอลดหย่อนได้
ลูกที่ดูแลพ่อแม่ อายุ 60 ปีขึ้นไป และพ่อแม่มีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท → ลูกหักลดหย่อนได้ 30,000 บาทต่อพ่อหรือแม่ 1 คน
และถ้าจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้พ่อแม่ ยังนำมาลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง (ในวงเงินที่กฎหมายกำหนด) — ควรเก็บใบเสร็จไว้ให้ครบ
5) ถ้าเคยทำงานประจำ — มีบำนาญประกันสังคมหรือยัง
ถ้าเคยส่งเงินสมทบประกันสังคม ครบ 180 เดือน (15 ปี) รับบำนาญทุกเดือนตลอดชีวิต · ถ้าไม่ครบ ได้เป็นเงินก้อน (บำเหน็จ)
บำนาญข้าราชการต้องนำมารวมคำนวณภาษี แต่ บำเหน็จดำรงชีพได้รับยกเว้น
ลองคำนวณบำนาญและเงินที่ต้องมี6) ออกจากงานมาเป็นอาชีพอิสระ — ยังสมัครประกันสังคมได้ (ม.39 / ม.40)
ถ้าเคยเป็นลูกจ้างแล้วออกมา ไม่เกิน 6 เดือน สมัคร ม.39 ได้ เดือนละ 432 บาท แต่ยังได้สิทธิรักษาพยาบาลเหมือนเดิม
ถ้าไม่เข้าเงื่อนไข ม.39 ก็สมัคร ม.40 ได้ เริ่มต้นเพียง 70 บาทต่อเดือน (ทางเลือก 3 = 300 บาท ได้สิทธิมากที่สุด)
ดูว่าฉันสมัครแบบไหนได้ทำทีละขั้น — 5 ขั้นตอน
- 1รวมรายได้ทั้งปีทุกทาง (บำนาญ เบี้ยยังชีพ ค่าเช่า ดอกเบี้ย ขายของ) เขียนใส่กระดาษไว้
- 2ลบ ค่าใช้จ่าย (ตามประเภทเงินได้ เช่น เงินเดือน/บำนาญ 50%) และลบ ค่าลดหย่อน (ส่วนตัว 60,000 + ผู้สูงอายุ 190,000 ถ้าอายุ 65 ขึ้นไป)
- 3เหลือเท่าไร? ถ้าไม่ถึง 150,000 บาท → ภาษี 0 บาท ถ้าเกิน ค่อยคิดตามขั้นบันได (5% ของส่วนแรก)
- 4ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 (หลายทาง) หรือ ภ.ง.ด.91 (เงินเดือน/บำนาญทางเดียว) ระหว่าง 1 ม.ค.–31 มี.ค. ที่สำนักงานสรรพากร หรือผ่านอินเทอร์เน็ต (ยื่นออนไลน์ได้ถึง 7 เม.ย.)
- 5ถ้าไม่แน่ใจ ปรึกษาฟรีที่ 1161 หรือให้ลูกหลานช่วยยื่นออนไลน์ — การยื่นฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม
เบอร์ที่ควรมีติดบ้าน
- 1161 — กรมสรรพากร (ถามเรื่องภาษี/ยื่นแบบ ไม่มีค่าใช้จ่าย)
- 1506 — ประกันสังคม (บำนาญ สิทธิรักษาพยาบาล ม.39/ม.40)
- 1330 — สายด่วนสุขภาพ/สิทธิการรักษา (สปสช.)
- 1422 — เรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ภาครัฐ (กรณีถูกเรียกเงินไม่เป็นธรรม)
คำศัพท์ง่าย ๆ ที่เจอบ่อย
เงินได้พึงประเมิน = เงินที่ต้องเอามาคิดภาษี (รายได้ทั้งปี)
ค่าลดหย่อน = จำนวนเงินที่รัฐให้หักออกก่อนคิดภาษี มักได้ทุกคน เช่น 60,000 บาท
ยกเว้นเงินได้ = เงินได้ที่ไม่ต้องเอามาคิดภาษีเลย (ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ได้ 190,000 บาท)
บำนาญ = เงินที่ได้รับทุกเดือนตลอดชีวิต · บำเหน็จ = เงินก้อนจ่ายครั้งเดียว
ภ.ง.ด.90 / 91 = แบบฟอร์มแจ้งรายได้และภาษีให้กรมสรรพากร
เนื้อหานี้เป็นคำอธิบายเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเฉพาะบุคคล · ตัวเลขยกเว้น/ลดหย่อนตามกฎหมายปี 2569 · เงื่อนไขทั้งหมดควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร 1161 หรือ สปส. 1506 ก่อนตัดสินใจ